- เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร VN Turbo รหัส 1GD-FTV เจเนอเรชันใหม่ ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร ที่ 1,400–2,600 รอบ/นาที ทนทานสูงและประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม เหมาะกับงานบรรทุกหนัก
- โครงสร้างตัวถังแบบ Semi-Bonnet ส่วนหัวเครื่องยื่นออกมานอกห้องโดยสาร มอบความปลอดภัยระดับสูงให้กับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า พร้อมการเก็บเสียงที่ดีขึ้นกว่ารุ่นเดิม ลดความล้าจากการขับขี่ระยะยาว
- เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ปรับเซ็ตอัตราทดเกียร์มาเน้นการออกตัวขณะบรรทุกหนักและการส่งกำลังที่ต่อเนื่อง ช่วยควบคุมรอบเครื่องยนต์ให้อยู่ในช่วงที่แรงบิดสูงสุดสำหรับงานเชิงพาณิชย์
- อะไหล่เสริมเพื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์ ติดตั้งตะแกรงเหล็กบรรทุกของบนหลังคาขนาดใหญ่ + บันไดปีนสแตนเลสท้ายรถ เพิ่มขีดความสามารถในการขนสัมภาระชิ้นยาว/ขนาดใหญ่
- ห้องโดยสารตอนหลังปรับปรุง ติดตั้งเบาะเสริม 3 ที่นั่ง + ตะแกรงเหล็กนิรภัยรอบคัน เหมาะสำหรับการใช้งานกึ่งบรรทุกและขนส่งบุคลากร (พนักงาน/ทีมงาน)
- เครื่องยนต์ 2.8 ลิตร แรงบิดจัดที่รอบต่ำ 420 นิวตันเมตร @ 1,400–2,600 rpm ช่วยให้การบรรทุกเต็มพิกัดและการขึ้นทางชันเป็นเรื่องง่าย มีพละกำลังเหลือเฟือสำหรับงานขนส่งพัสดุ/แก๊ส/เกษตร
- ระบบความปลอดภัยมาตรฐานครบ ABS, VSC (ควบคุมการทรงตัว), TRC (ป้องกันล้อหมุนฟรี), HAC (ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน) เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่เชิงพาณิชย์ทุกสภาพถนน
- ช่วงล่างหลังแบบแหนบซ้อน (Leaf Spring) ออกแบบและจัดวางตำแหน่งใหม่เพื่อซับแรงกระแทกได้ดีขึ้นขณะรถเปล่า และมีความเหนียวหนึบรองรับน้ำหนักบรรทุกหนักได้อย่างมั่นคง
- ตะแกรงเหล็กกั้นสัมภาระ ติดตั้งหลังเบาะหน้าและบริเวณกระจกข้างรอบคัน ป้องกันสิ่งของ/สัมภาระขนาดใหญ่ขยับมาชนกระจกหรือลื่นไถลเข้ามาในห้องโดยสารตอนหน้าขณะเบรกกะทันหัน
- เครื่องเสียง JVC หน้าจอสัมผัส 2-DIN อัพเกรดใหม่ รองรับมัลติมีเดียที่จำเป็น ลดความเหนื่อยล้าของคนขับ เหมาะกับการเดินทางไกลหรือการจอดติดเครื่องยนต์ระหว่างรอส่งของ
| อัตราสิ้นเปลือง (รถเปล่า – นอกเมือง) | 12.5 กม./ลิตร | | อัตราสิ้นเปลือง (บรรทุกหนัก – วิ่งงานปกติ) | 9.0 กม./ลิตร | | ราคาน้ำมันดีเซลอ้างอิง (PTT วันนี้) | 40.70 บาท/ลิตร | | ระยะทางวิ่งงานเฉลี่ยต่อวัน | 150 กิโลเมตร | | ปริมาณน้ำมันที่ใช้ต่อวัน (บรรทุกหนัก) | 150 ÷ 9.0 = 16.67 ลิตร | | ค่าน้ำมันดีเซลต่อวัน | 16.67 × 40.70 = 678.47 บาท | | รายได้เฉลี่ยจริงจากการวิ่งงานขนส่ง (ต่อวัน) | 2,000.00 บาท | | ผลกำไรสุทธิหลังหักค่าน้ำมัน | 2,000.00 – 678.47 = 1,321.53 บาท/วัน | | ขนาดพื้นที่ตู้บรรทุก (กว้าง × ยาว × สูง) | ประมาณ 1.70 × 2.90 × 1.50 เมตร | | ปริมาตรความจุรวมห้องบรรทุก | ประมาณ 7.40 ลบ.ม. (CBM) | | ปริมาตรบรรทุกหลังติดตั้งเบาะเสริม 3 ที่นั่ง | ประมาณ 4.20 ลบ.ม. (CBM) | | น้ำหนักบรรทุกสูงสุดที่แนะนำ (ตามกฎหมายและสเปค) | ไม่เกิน 1,000 กก. (1.0 ตัน) เพื่อความปลอดภัยในการทรงตัวและการเบรก | ตัวอย่างสินค้าจริงที่บรรทุกได้ - ธุรกิจขนส่งพัสดุ: กล่องพัสดุไปรษณีย์ขนาดใหญ่ (ไซส์ L) บรรทุกได้ 60–80 กล่อง (น้ำหนักรวมเฉลี่ย 600–800 กก.)
- ธุรกิจส่งแก๊สหุงต้ม: ถังแก๊ส 15 กก. บรรทุกได้ 25–30 ถัง (น้ำหนักรวมเฉลี่ย 750–900 กก.)
- ธุรกิจเกษตร/ผักผลไม้: ตะกร้าพลาสติกใส่ผลไม้ 25 กก./ตะกร้า บรรทุกได้ 35–40 ตะกร้า (น้ำหนักรวมเฉลี่ย 875–1,000 กก.)
- ธุรกิจค้าส่งอุปโภคบริโภค: กระสอบข้าวสาร/ปุ๋ย 50 กก./กระสอบ บรรทุกได้ 20 กระสอบพอดี (น้ำหนักรวม 1,000 กก.)
| หัวข้อ | 2.8 Economy MT (รุ่นแผงทึบ) | 2.8 GL MT (รุ่นกระจกรอบคัน) | | ราคาป้ายแดง | 949,000 บาท | 1,079,000 บาท | | แผงด้านข้างตัวรถ | เหล็กแผ่นทึบจากโรงงาน (Solid Panel) ปลอดภัยต่อการโจรกรรม | กระจกหน้าต่างรอบคัน พร้อมช่องกระจกบานสไลด์ระบายอากาศ | | จำนวนที่นั่งและรูปแบบห้องโดยสาร | เบาะหน้า 3 ที่นั่ง (ไม่มีเบาะหลัง เน้นพื้นที่บรรทุกสินค้าเต็มรูปแบบ) | เบาะโดยสารรวม 12 ที่นั่ง (4 แถว) สำหรับขนส่งผู้โดยสาร | | ระบบปรับอากาศ | ระบบปรับอากาศแบบธรรมดาเฉพาะห้องโดยสารตอนหน้า | ระบบปรับอากาศแยกส่วนหน้า–หลัง พร้อมช่องลมบนเพดาน | | ระบบเบรก | หน้า: ดิสก์เบรกมีครีบระบายความร้อน / หลัง: ดรัมเบรก | หน้า: ดิสก์เบรกมีครีบระบายความร้อน / หลัง: ดิสก์เบรก | | ปัดน้ำฝนและไล่ฝ้ากระจกบานท้าย | ไม่มีติดตั้งมาให้จากโรงงาน | มีปัดน้ำฝนและแผงลวดไล่ฝ้าที่กระจกบานท้าย | | หัวข้อ | อุปกรณ์ตกแต่งภายนอก (ชิ้นที่ 1+2) | อุปกรณ์ตกแต่งภายใน (ชิ้นที่ 3–5) | | รายการอุปกรณ์ | ตะแกรงเหล็กบรรทุกสัมภาระบนหลังคา (Roof Rack) + บันไดปีนสแตนเลสท้ายรถ | เบาะนั่งเสริมตอนหลัง 3 ที่นั่ง + ตะแกรงเหล็กนิรภัยรอบคัน + หน้าจอ JVC Touchscreen | | ราคาอุปกรณ์พร้อมค่าแรงติดตั้ง | 16,500 บาท | 29,500 บาท | | ความคุ้มค่าเชิงตัวเลขและการใช้งานจริง | สูงมาก ช่วยบรรทุกของชิ้นยาว/ขนาดใหญ่ที่ใส่ในรถไม่ได้ขึ้นไปวางบนหลังคาได้อย่างปลอดภัย | สูงมาก เปลี่ยนรถตู้ทึบเป็นรถกึ่งโดยสารกึ่งบรรทุกนิรภัย และเพิ่มมัลติมีเดียเพื่อความสุขในการขับขี่ | มูลค่าอุปกรณ์ตกแต่งและอัปเกรดทั้งหมด: 16,500 + 29,500 = 46,000 บาท | ราคาป้ายแดงอย่างเป็นทางการ (รุ่นปี 2020) | 949,000 บาท | | มูลค่าอุปกรณ์ตกแต่งและอัปเกรดเพิ่มเติมทั้งหมด | 46,000 บาท | | รวมมูลค่าตัวรถและของแต่งตอนออกห้างป้ายแดง | 995,000 บาท | | ราคาจำหน่ายปัจจุบัน (รถใช้แล้วสภาพพรีเมียมพร้อมใช้งาน) | 739,000 บาท | | มูลค่าส่วนต่างที่ประหยัดไปได้จากตอนป้ายแดง | 256,000 บาท | | เปอร์เซ็นต์ส่วนลดที่ประหยัดไปได้ | 25.73% | - พร้อมทำเงินทันที ไม่ต้องลงทุนแต่งเพิ่ม มีของแต่งจำเป็นต่อการใช้งานเชิงพาณิชย์มูลค่ารวม 46,000 บาท ติดตั้งมาให้เรียบร้อยแล้ว ได้แก่ Roof Rack + บันไดปีน, ตะแกรงนิรภัย, เบาะเสริม 3 ที่นั่ง, และหน้าจอมัลติมีเดีย ผู้ซื้อสามารถนำไปวิ่งงานขนส่ง/รับ–ส่งพนักงานได้ทันที
- ความคุ้มค่าเชิงตัวเลขชัดเจน ราคาปัจจุบัน 739,000 บาท ประหยัดจากป้ายแดง 256,000 บาท (25.73%) เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิประมาณ 1,321.53 บาท/วัน (หลังหักค่าน้ำมัน) หากวิ่งงาน 25 วัน/เดือน จะได้กำไรประมาณ 33,000 บาท/เดือน คืนทุนส่วนต่างจากป้ายแดงภายในประมาณ 7–8 เดือนด้วยกำไรจากการวิ่งงานเท่านั้น
- เครื่องยนต์ 1GD-FTV 2.8 ลิตร ทนทานและทรงพลัง แรงบิด 420 นิวตันเมตรที่รอบต่ำ ช่วยทุ่นแรงในการบรรทุกหนักและขึ้นทางชัน เครื่องยนต์ตระกูล GD ของ Toyota ขึ้นชื่อเรื่องความเหนียว ทนทาน ไม่จุกจิก และระบบอะไหล่มีทั่วไปในไทย ลดความเสี่ยง downtime ในธุรกิจขนส่ง
- ออกแบบมาเพื่อธุรกิจขนส่งและรับ–ส่งบุคลากร โครงสร้าง Semi-Bonnet ปลอดภัยสูงและเก็บเสียงดี ห้องโดยสารตอนหลังสามารถปรับเป็นพื้นที่บรรทุกหรือกึ่งโดยสารได้ เหมาะสำหรับการทำธุรกิจขนส่งพัสดุ, ส่งแก๊ส, ส่งผักผลไม้, หรือรับ–ส่งพนักงาน/ทีมงาน
- ราคาคงทนในตลาดรถมือสอง Hiace เป็นรถที่ความต้องการในตลาดมือสองสูงมาก โดยเฉพาะรุ่นเครื่องดีเซล 2.8 ที่ทั้งแข็งและประหยัด เมื่อถึงเวลาขายต่อในอนาคต ราคาจะไม่ดิ่งลงเร็วเหมือนรถยี่ห้ออื่น เป็นการลงทุนที่ปลอดภัยและรักษาสภาพคล่องทางการเงินได้ดี
|